มะรุม
สมุนไพรมหัศจรรย์











"มะรุม"
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. วงศ์ Moringaceae เป็นพืชกำเนิดแถบใต้เชิงเขาหิมาลัย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วน ทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ ก็นิยมกินฝักมากกว่าส่วนอื่นๆ ต้นมะรุมพบได้ทุกภาคในประเทศไทย ทางอีสานเรียก “ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม” ภาคเหนือเรียก “มะค้อมก้อน” ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก “กาแน้งเดิง” ส่วนชานฉานแถบแม่ฮ่องสอนเรียก “ผักเนื้อไก่” เป็นต้น

เปรียบเทียบคุณค่าสารอาหารในใบมะรุมจากน้ำหนักเท่า ๆ กัน กรัมต่อกรัม

    มีไวตามินซี มากกว่าส้ม 7 เท่า
    มีแคลเซี่ยม มากว่านม 4 เท่า
    มีไวตามินเอ มากกว่าแครอท 4 เท่า
    มีโปแตสเซี่ยม มากกว่ากล้วย 3 เท่า
    มีโปรตีน มากกว่านม 2 เท่า


    
องค์การสหประชาชาติได้ให้การสนับสนุนในการค้นคว้า และวิจัยอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในการรักษาโรคขาดอาหาร และอาการตาบอดซึ่งเกิดขึ้นในเด็กแรกเกิดจนถึงวัยเจริญเติบโต ในประเทศด้อยพัฒนา

     1. ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง อายุ ๑๐ ขวบ ลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดี
     2. ช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
     3. ใช้ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
     4. ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถ้ากินผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้ทารกที่เกิดมามีสุขภาพสมบูรณ์
         มะรุมจะช่วยเพิ่ม แคลเซี่ยมให้แก่มารดา ในระยะตั้งครรภ์เป็นอย่างดี
     5. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
     6. ถ้ากินมะรุมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันโรค มะเร็ง และถ้าหากกำลังเป็นอยู่ ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น
         บางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้
     7. ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของโรค เก๊าท์ โรคไขข้อ และกระดูกอักเสบ มะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
     8. ช่วยรักษาโรคตาเกือบทุกชนิด
     9. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง โรคพยาธิลำไส้
     10. รักษาปอดให้แข็งแรงและช่วยรักษาโรคปอดอักเสบ
     11. รักษาโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบหืดและโรคภูมิแพ้
     12. ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลอย่างรวดเร็ว
     13. ช่วยรักษาโรคคอหอยพอกเป็นพิษ


ทั้งนี้ กลุ่มที่กินมะรุมและยามีคอเลสเทอรอลฟอสโฟไลพิด ไตรกลีเซอไรด์ VLDL LDL ปริมาณคอเลสเทอรอลต่อฟอสโฟไลพิด และ atherogenic index ต่ำลง ทั้ง 2 กลุ่มมีการสะสมไขมันในตับ หัวใจ และหลอดเลือดแดงใหญ่ (เอออร์ตา) โดย กลุ่มควบคุมปัจจัยด้านการสะสมไขมันในอวัยวะเหล่านี้ไม่มีค่าลดลงแต่อย่างใด กลุ่มที่กินมะรุมพบการขับคอเลสเทอรอลในอุจจาระเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยจึงสรุปว่าการกินมะรุมมีผลลดไขมันในร่างกาย ที่ประเทศอินเดียมีการใช้ใบมะรุมลดไขมันในคนที่มีโรคอ้วนมาแต่เดิม การศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูงมีปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองมีปริมาณไขมันในตับและไตลดลง  สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมันทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง

ฤทธิ์ป้องกันตับ
งานวิจัยการให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของใบมะรุมกรณีทำให้ตับหนูทดลองเกิดความเสียหายโดยไรแฟมไพซิน พบว่าสารสกัดใบมะรุมมีฤทธิ์ป้องกันตับ โดยมีผลกับระดับเอนไซม์แอสาเทตอะมิโนทรานสเฟอเรส อะลานีน ทรานมิโนทรานสเฟอเรส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทส และบิลิรูบินในเลือด และมีผลกับปริมาณไลพิดและไลพิดเพอร์ออกซิเดสในตับ โดยดูผลยืนยันจากการตรวจชิ้นเนื้อตับ สารสกัดใบมะรุมและซิลิมาริน (silymarin กลุ่มควบคุมบวก) มีผลช่วยการพักฟื้นของการถูกทำลายของตับจากยาเหล่านี้



เอกสารอ้างอิง:

Nature’s Medicine Cabinet by Sanford Holst
The Miracle Tree by Lowell Fuglie
LA times March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz. WWW.PUBMED.GOV. (Search for Moringa) (Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003, Pages 175-180: Depts. of Microbiology, Pharmaceutical Botany, Pharmacology, Faculty of Pharmaceutical Science, Chulalongkorn University, Bangkok.

นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มิถุนายน 2550

ติดต่อสั่งซื้อได้ที่ 053-212-019, 08-1716-8042